»สุขภาพ

8 เทคนิครู้ทันปัญหาหยุดหัวล้านผมขาด วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง

8 เทคนิครู้ทันปัญหาหยุดหัวล้านผมขาด วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง อีกหนึ่งปัญหาที่ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงต่างกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่มักจะเกิดอาการผมร่วงหรือหัวล้านเมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น โดยผมร่วงนั้นมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความเหนื่อยล้าจากงาน โรคประจำตัวและสัญญาณของการเกิดโรคสุขภาพผมเสียที่เกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว การทำสีและสารเคมีมากจนเกินไป พันธุกรรม รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่ไม่เหมาะสมกับตนเองและสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนสร้างความอับอายและเสียความมั่นใจให้ผู้ที่พบเจอปัญหาเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นนอกจากที่เราค้นหา สาเหตุผมร่วง เพื่อรักษาอาการแล้วควรที่จะหาวิธีการดูแลเบื้องต้นด้วย วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ เทคนิคการวิธีแก้ ผมร่วง ผมบาง ไม่ยากแค่เพียงคุณหมั่นใส่ใจสุขภาพผม เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกัน 1. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำมาซึ่งการปกป้องสุขภาพผมและปัญหาผมร่วง เป็นการสร้างภูมิต้านทานและให้ระบบเส้นผมและหนังศรีษะได้รับการฟื้นฟูและขับล้างสารพิษ 2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่จะให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูและมีประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น รวมไปถึงระบบที่เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศรีษะ นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้ร่างกายจะได้ฟื้นฟูช่วยบำรุงเซลล์ผม หมด ปัญหาผมร่วง กวนใจนั่นเอง 3. ลดความเครียด ความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการผมร่วงทีเกิดจากระบบสมองและประสาททำงานหนักมากจนเกินไป ระบบไหลเวียนเลือดไม่สามารถส่งเลี้ยงออกซิเจนและสารอาหารมาให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นเราต้องลดความเครียดลงสักนิด ทำจิตใจให้สบาย

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น เคล็ดลับสุขภาพที่คุณทำได้ไม่ยาก

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น เคล็ดลับสุขภาพ ที่คุณทำได้ไม่ยาก ขึ้นชื่อว่าเรื่องสุขภาพ ก็ต่างเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถกระทบต่อชีวิต การงาน และความเป็นอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เรามีเคล็ดลับสุขภาพอย่างหนึ่งมาแนะนำ เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่ยากเลยกับ การ ดื่มน้ำอุ่นก่อนนอน ที่มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย ซึ่งน้ำอุ่นที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้ คือ น้ำอุ่นที่มีปริมาณความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ร้อนจัดและเย็นจนเกินไป หรือน้ำที่อยู่ในอุณหภูมินั่นเอง ซึ่งการดื่มน้ำอุ่นธรรมดาเพียงเท่านี้มีความสามารถฟื้นฟูและดูแลสุขภาพเราได้อย่างมากมายเลย ความอุ่นของน้ำที่จะเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนระบบของเลือดและออกซิเจนในร่างกาย ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีแข็งแรง และจะมีประโยชน์ด้านใดไปดูกันเลย รับรองเลย คุณจะต้องคาดไม่ถึงกับประโยชน์ของน้ำอุ่นอย่างแน่นอน 1. น้ำอุ่นช่วยดูแลระบบขับถ่าย การดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ และหนึ่งแก้วหลังตื่นนอนในตอนเช้านั้น สามารถช่วยส่งผลดีต่อระบบกระเพาะอาการ ลดแก๊สใสกระเพาะ ทั้งยังกระตุ้นระบบขับถ่ายและลำไส้ของเราให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย สำหรับใครที่เป็นคนที่ชอบมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ท้องผูกอยู่บ่อย ๆ น้ำอุ่นสามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอน 2. น้ำอุ่นเป็นตัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย การดื่มน้ำอุ่นทุกวัน จะเป็นการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย ทำให้เราป่วยยาก และแข็งแรงมากขึ้น เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยชำระล้างเชื้อโรคและแบคทีเรียภายในร่างกายที่เกิดจากมลภาวะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เราพบเจอ ทำให้อาการปวดหัว ไอ เป็นหวัด  เป็นไข้ เจ็บคอ

ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดนิยมของคนทำงาน พร้อมวิธีการดูแลตัวเอง

ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดนิยมของคนทำงาน พร้อมวิธีการดูแลตัวเอง ต้องบอกเลยในปัจจุบัน ยิ่งโลกหมุนเร็วมากเท่าไหร่ การทำงานของมนุษย์ก็ยิ่งจะต้องหมุนตามให้ทันมากเท่านั้น และนำมาเหตุซึ่งอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ที่ส่งผลทั้งต่อสภาพจิตใจและร่างกาย เนื่องจากการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา ไม่มีเวลาพักผ่อน เคร่งเครียด และทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะสังคมออฟฟิศ ที่จะต้องเอาเวลาส่วนใหญ่มาอยู่กับหน้าจอคอมแทบตลอดเวลาการทำงาน ไม่ได้ลุกขึ้นไปไหน ขาดการเคลื่อนไหวและกิจกรรมการออกกำลัง ทำงานในพื้นที่ที่จำกัด พร้อมทั้งสภาพอากาศที่ไม่ค่อยถ่ายเท อยู่กับเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน ส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพร่างกายและระบบทางเดินหายใจและสมอง จนนำมาซึ่งโรคยอดฮิตของคนทำงาน คือโรคออฟฟิศซินโดรมนั้นเอง อาการออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการ ที่พบบ่อยในคนที่ทำงานในสำนักงาน ซึ่งสภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลา แทบไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ อาทิ คอ, บ่า, ไหล่, หลัง, แขน บางรายปวดเกร็งอย่างรุนแรงจนหันคอ หรือก้มเงยไม่ได้เลย นอกจากบริเวณหลังคอ บ่า ไหล่แล้ว ส่วนข้อมือก็มีโอกาสเกิดอาการปวดได้เช่นกัน เพราะต้องใช้มือในการกดคีย์บอร์ด คลิกเม้าส์ เมื่อกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ก็ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วและข้อมือตามมา บางคนเป็นถึงขนาดนิ้วล็อก

นิสัยห้ามทำ 7 พฤติกรรมส่งผลร้ายอันตรายต่อสุขภาพ

นิสัยห้ามทำ 7 พฤติกรรมส่งผลร้ายอันตรายต่อสุขภาพ ในปัจจุบันนี้โลกและเทคโนโลยีได้หมุนไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับมนุษย์ที่เราจำเป็นจำต้องดำเนินชีวิตให้ทันกับความก้าวหน้าของโลก เมื่อมีเทคโนโลยีมาก เมื่อมีสังคมมาก เมื่อมีการทำงานและการเรียนหนังสือ รวมไปถึงการใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบในแต่ละบุคคล สิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบตามมาด้วยก็คือสุขภาพร่างกายและจิตใจของมนุษย์ที่มักจะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยจากพฤติกรรมที่ละเลย และนิสัยที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับนิสัยห้ามทำ พฤติกรรมส่งผลร้ายอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อที่จะดำเนินชีวิตอย่างราบรื่นไร้โรคภัย ไปดูกันเลยครับว่าพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพมีอะไรบ้าง 1. ดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเลยทีเดียว หลาย ๆ คนมักจะทำงาน เรียน หรือใช้ชีวิตโดยลืมไปว่าร่างกายต้องการการดูแล และฟื้นฟู โดยเราสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ซึ่งถ้าหากเราดื่มน้ำน้อยเป็นประจำนั้น ก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ผิวพรรณที่แห้งกร้าน ผิวคล้ำหมอง ดวงตาไม่สดใส ร้อนใน อ่อนเพลียง่าย ปวดหัวบ่อย เป็นต้น 2. ละเลยการรับประทานอาหารเช้า ด้วยเพราะความเร่งรีบในแต่ละวันเพื่อที่จะเดินไปเรียน ไปทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ หลายคนละเลยที่จะรับประทานอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็น พฤติกรรมที่ส่งผลต่อร่างกาย เป็นอย่างมาก เพราะว่าจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

10 อาหารเพื่อสุขภาพ เคล็ดลับดีๆ ห่างไกลโรคภัย

10 อาหารเพื่อสุขภาพ เคล็ดลับดีๆ ห่างไกลโรคภัย 1. ไข่ไก่ อาหารง่าย ๆ ที่หาได้ไม่ยาก อีกทั้งราคายังไม่แพงอีกด้วย ภายในไข่ไก่นั้นเต็มไปสารอาหารคุณภาพมากมาย เต็มเปี่ยมไปด้วยโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงสายตา เพิ่มกล้ามเนื้อและพลังสมอง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันผิวพรรณเวลาโดนแสงแดดทำร้ายอีกด้วย เราสามารถนำไข่ไก่มาปรุงอาหารได้หลากหลาย ลองทานเมนูไข่ดาว ไข่ต้มหรือไข่ลวก วันละ 1-2 ฟอง ตอนเช้า รับรองเลยว่าคุณจะรู้สึกมีพลัง กระปรี้กระเปร่าและนำมาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน 2. บล็อกโคลี ผักสีเขียวน่ารับประทานยอดนิยมที่เต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ หรือวิตามินเค มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยดูแลบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่าง ๆ มะเร็งปอดจากสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ที่มีอยู่ภายในอีกด้วย บล็อกโคลีช่วยทำให้ร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย 3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็น บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ แครนด์เบอร์รี่ หรือสตรอเบอร์รี่นั้น ถือได้เป็น เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ผิวพรรณให้ดูสดใส รวมไปถึงวิตามินซีที่มีอยู่สูงมากภายในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

รีบเช็คด่วน!! 9 สัญญาณฟ้องว่าร่างกายคุณกำลังขาดน้ำ

รีบเช็คด่วน!! 9 สัญญาณฟ้องว่าร่างกายคุณกำลังขาดน้ำ "น้ำ" ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต อย่างไรก็ดีหากร่างกายคนเราได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งนี้อาจมีสัญญาณเตือนเบื้องต้นบางอย่างที่กำลังฟ้องว่าร่างกายคุณกำลังต้องการน้ำ เราลองมาดู 9 ข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ที่กำลังบอกว่าคุณควรดื่มน้ำให้มากขึ้น 1. ปากแห้ง อาการปากแห้ง นับว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังฟ้องว่าร่างกายคุณได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทั้งนี้อาจมีเหตุผลอื่นที่สามารถทำให้ปากคุณแห้งได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การทานยา การทานอาหารเค็ม เป็นต้น ดังนั้นหากคุณกำลังมีอาการดังกล่าว ก็ควรเพิ่มการดื่มน้ำให้มากขึ้น 2. ปวดศีรษะ หากคุณมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาจสันนิษฐานได้ว่าร่างกายคุณกำลังขาดน้ำ เนื่องจากน้ำถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของสมอง ทั้งนี้หากสมองไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ ก็จะส่งสัญญาณบางอย่างเพื่อเตือนให้คุณเติมน้ำให้แก่ร่างกาย ซึ่งอาการปวดศีรษะคือหนึ่งในสัญญาณเตือนนั่นเอง 3. สีของน้ำปัสสาวะ สีของน้ำปัสสาวะสามารถนำมาใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าร่างกายคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งโดยปกติสีของปัสสาวะจะเป็นสีใส เหลืองเข้ม และเหลืงอ่อน ทั้งนี้หากสีของปัสสาวะมีสีใส แสดงว่าคุณดื่มน้ำอย่างเพียงพอแล้วแต่หากปัสสาวะคุณมีสีเหลือง คุณก็ควรเพิ่มการดื่มน้ำให้มากขึ้น 4. เวียนศีรษะ อาการเวียนศีรษะหรืออาการบ้านหมุนเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อสมองไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอก็จะทำสัญญาณเตือนโดยคุณจะรู้สึกปวดศีรษะในเริ่มแรกและหากสมองยังไม่ได้รับการเติมน้ำ ก็จะนำไปสู่อาการบ้านหมุน (Vertigo) ได้ในที่สุด

8 ประโยชน์ของเห็ดที่คุณคาดไม่ถึงจะดีแบบนี้

8 ประโยชน์ของเห็ดที่คุณคาดไม่ถึงจะดีแบบนี้ เห็ด นับว่าเป็นอาหารที่นิยมกันอย่างแพร่หลายซึ่งมักนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของทั้งเมนูอาหารไทยและเทศ เพราะด้วยความที่หาซื้อง่าย มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงไม่แปลกที่เห็ดจะสามารถครองใจเหล่าบรรดาผู้รักการทานอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างไรก็ดี เราลองมาดูกันว่าการทานเห็ดดีต่อร่างกายคุณได้อย่างไร 1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เห็ดมีสารไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ซึ่งช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดแดงตลอดจนช่วยบำรุงรักษาเม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการผลิตโปรตีนที่มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย นอกจากนี้เห็ดยังช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเจริญเติบโตพร้อมต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกาย 2. ควบคุมระดับน้ำตาล คุณทราบหรือไม่ว่าเห็ดมีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากเห็ดมีเอมไซม์และสารประกอบที่มีฤทธิ์เหมือนอินซูลินในร่างกาย นอกจากนี้เห็ดยังมีสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของตับ ตับอ่อน และต่อมไร้ท่อ ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมของระดับของอินซูลินในร่างกาย ดังนั้นหากคุณไม่อยากให้โรคเบาหวานถามหา การทานเห็ดเป็นประจำก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ 3. ดีต่อสุขภาพทางเพศ เห็ดอุดมไปด้วยธาตุสังกะสีซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะเพศชาย ซึ่งเห็ดสามารถช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิได้ ตลอดจนทำให้อวัยวะมีความสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมสำหรับการมีลูกได้ ดังนั้นหากคู่แต่งงานใดมีปัญหาเรื่องการมีลูกยากซึ่งสาเหตุมาจากความสมบูรณ์ของอสุจิ การทานเห็ดอาจสามารถช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย 4. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง กรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) ในเห็ดมีฤทธิ์เป็นสารต่อต้านมะเร็ง โดยสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้เห็ดยังมีเบต้ากลูแคน (Beta-glucans) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อต้านเนื้องอกและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 5. ควบคุมความดันเลือด ธาตุโพแทสเซียมในเห็ดสามารถช่วยรักษาสมดุลของ ๆ

4 เทคนิคเพิ่มกล้ามง่ายๆ ที่ผู้ชายควรรู้อยากมีกล้าม ต้องอ่าน!

4 เทคนิคเพิ่มกล้ามง่ายๆ ที่ผู้ชายควรรู้อยากมีกล้าม ต้องอ่าน! การมีหุ่นฟิต กล้ามใหญ่ คงเป็นความใฝ่ฝันของหนุ่ม ๆ หลายคน จริง ๆ แล้วเราสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ในทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะอายุ 60 70 หรือ 80 ก็ตาม เพราะฉะนั้นตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ เราสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้เสมอ มาดูกันว่าจะมีวิธีเทคนิคเพิ่มกล้ามได้อย่างไรกันบ้าง 1. ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างที่รู้ ๆ กัน การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น วิ่ง กระโดดเชือก ปั่นจักรยาน ยกเวท ฯลฯ ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อแน่นอน และควรจะทำให้ได้อย่างน้อย 30 นาที ประมาณ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลา 5 เดือนขึ้นไป ระหว่างทำงานเราก็สามารถออกกำลังกายได้นะครับ เช่น ขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ 2. รับประทานอาหารจำพวกโปรตีน นอกจากโปรตีน ก็ยังสามารถใช้อาหารเสริมได้ตามความเหมาะสม เช่น

เทคนิคชะลอวัยที่ใครก็ทำได้ ไม่อยากแก่ไว ต้องอ่าน 3 ข้อนี้

เทคนิคชะลอวัยที่ใครก็ทำได้ ไม่อยากแก่ไว ต้องอ่าน 3 ข้อนี้ เมื่อมีอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของผู้ชายอย่างเราก็ลดลงไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้ร่างกายต้องเผชิญกับความแก่เฒ่าที่หนีไม่พ้น เทสโทสเตอโรน(Testosterone) เป็นฮอร์โมนหลักในกลุ่มฮอร์โมนเพศชาย มีบทบาทสำคัญในพัฒนาการของเนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์ชาย การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อกับกระดูก ตลอดจนป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะวิธีชะลอวัยก็มีเหมือนกันครับ มาลองอ่าน 3 ข้อนี้เพื่อใช้เป็นเทคนิคในการชะลอความแก่ไปด้วยกันดีกว่า 1. การออกกำลังกาย ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม เพราะการออกกำลังกายและฝึกฝนระดับปานกลาง ช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนได้มากเท่ากับการออกกำลังกายอย่างหนัก (จากข้อมูลของ Medicine & Science in Sports & Exercise) ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักจนเกินไป และควรปล่อยให้ร่างกายได้พักบ้างส่งผลดีต่อการชะลอวัยอีกด้วย 2. การทานอาหาร ควรทานโปรตีนที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น เนื้อแดง, ไข่ หรือปลา ซึ่งจะมีกรดอะมิโนไลซีน ช่วยกระตุ้นการสร้าง โกรทฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนตัวนี้จะลดลงเมื่อเราอายุมากขึ้น ดังนั้นสะสมเพิ่มไว้ก่อนจึงช่วยสร้างกล้ามเนื้อและทำให้เราคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ (ผลวิจัยของมหาวิทยาลัยโรม) โกรทฮอร์โมน คืออะไร? อาหารชนิดไหนทำให้เพิ่ม โกรทฮอร์โมน? หาคำตอบได้ที่นี่

แปะก๊วย กับ 7 สรรพคุณที่มากกว่าการบำรุงสมอง

แปะก๊วย กับ 7 สรรพคุณที่มากกว่าการบำรุงสมอง แปะก๊วย หรือ กิงโกะ(Ginkgo) สมุนไพรจากเมืองจีนที่มีสรรพคุณเด่นในการช่วยเรื่องความจำ ฟื้นฟูและบํารุงสมองส่วนที่นิยมนำมาสกัดหรือใช้ในการรักษาโรคมากที่สุดคือส่วนของ ใบแปะก๊วย นอกจากนี้ก็ยังมีเมล็ดแปะก๊วยที่คนนิยมนำรับประทานเป็นขนมหวาน จากการวิจัย แปะก๊วยมีสรรพคุณ ในการรักษาโรคได้มากมาย นอกจากโรคเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและ โรคอัลไซเมอร์ แล้ว ใบแปะก๊วย ยังมีสรรพคุณช่วยเหลือในเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย 1. ชะลอวัย แปะก๊วย สรรพคุณ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และกระบวนการชรา(อนุมูลอิสระ เป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่าง ๆ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกาย ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของ ริ้วรอย แก่ก่อนวัย) ห้ามพลาด!! 8 อาหารเพิ่ม โกรทฮอร์โมน พร้อมประโยชน์ที่คนทุกวัยควรรู้ แถมช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย 2. ลดอาการหูอื้อ ใบแปะก๊วย ช่วยแก้อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน และช่วยลดการวิงเวียน หูอื้อ อันเนื่องมาจากปัญหาไหลเวียนของเลือด 3. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ